| Chu 的个人资料Chu~Jang[츄짱]照片日志列表 | 帮助 |
Chu~Jang[츄짱]2月16日 Shanghai Mission 2เป็นครั้งที่ 2 ที่ต้องมาทำงานที่ Lotus ที่เซี่ยงไฮ้ (นี่ตกลงชั้นอยู่บริษัทอะไรกันแน่เนี่ย สับสนง่ะ)
คราวนี้นานกว่าครั้งแรกอีก ตั้งแต่ 7-28 กุมภา เกือบเดือน
แต่นายแอบบอกว่า คิดว่าจะได้กลับเร้อ แป่ว.. รายฟระ
เซ็งมาก โดนใช้งานหยั่งกะทาส นอนตี 2-3 เกือบทุกวัน
ไม่รู้งานด่วนอะไรกันนักหนา ทรุดโทรมสุดๆค่ะตอนนี้
โชคยังดีนะที่นายหนีกลับบ้านไปก่อน ยังได้มีเวลาหายใจบ้าง
หลายคนคงงงว่าไปทำไม ไปทำอะไร Lotus เกี่ยวไรกะ UBC แล้วทำไมต้องทำงานจนดึกดื่น
ไม่รู้จะตอบไงอ่า เค้าก้องงเหมือนกัน ทำไมต้องเป็นเค้าด้วยง่ะ
ตรุษจีนปีนี้ ไม่มีใครอยู่เล้ย คนไทยที่นี่ก้อกลับบ้านไปฉลองกับครอบครัว
โอ้วมายก๊อด อยู่คนเดียวอีกแล้วอ่า เฮ่อ ...
ที่นี่เค้าจุดพลุฉลองตรุษจีนกันใหญ่เลย ทำเอานอนไม่หลับ
เพราะมันดันจุดเอาตอนหลังเที่ยงคืน เสียงดังหยั่งกะจุดอยู่ข้างหู แล้วมันก้อดันจุดอยู่ข้างหูจิงๆ
เปิดหน้าต่างไปดู โอ้ มันจุดใกล้ขนาดนี้เลยเรอะ
ยังไม่พอ ตอนเช้าดันต้องตื่นเพราะเสียงประทัดอีก -..- ฉลองอะไรกันนักหนา
เหงาอ่ะ แงๆๆ อยากกลับบ้าน
อยู่ที่นี่จนจะกลายเป็นคนจีนอยู่แล้วเนี่ย ถ้ากลับไปพูดภาษาไทยไม่ได้ทำไง งุงิ
12月19日 Shanghai Missionมาทำงานที่เซี่ยงไฮ้ครั้งแรก เหนื่อย + หนาวมากๆ
เป็นการทำงานต่างประเทศครั้งแรก และยาวนานที่สุดตั้งแต่เกิดมา
ตั้งแต่ 13-30 ธันวา ไม่ได้กลับมาเที่ยวปีใหม่กะครอบครัวเยย
กว่าจะกลับ เค้าก้อไปกันหมดแร้ว..เศร้า T_T
ตอนแรกๆก้อคิดว่าคงจะได้เที่ยวบ้าง ที่ไหนได้ แมร่ง ทำงานทั้งวันทั้งคืน
ไปแค่วัดที่ wuxi ที่เดียว ไม่ค่อยจะมีอะไรเท่าไหร่
แล้ววันที่ไปเป็นวันที่อุณหภูมิลดต่ำสุดเหลือแค่ 1 องศา เที่ยวไม่สนุกเลย
นอนดึก ตื่นเช้าทุกวัน จนจะเป็นหมีแพนด้าอยู่แล้ว สิวขึ้นด้วย หน้าลอกอีกตะหาก
อากาศก้อโคดหนาว แล้วก้อดันไม่ได้เตรียมอะไรไปเล้ย ไม่อยากจะก้าวขาออกไปจากห้องเลยด้วยซ้ำ
เกิดมาก้อไม่เคยเจออากาศหนาวขนาดนี้ คนที่นี่บอกว่าจะหนาวขึ้นเรื่อยๆ
เซ็งเรย ไม่ชอบอากาศหนาวที่สุด ทรมานอ่ะ
แถมยังโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวตั้งหลายวัน เอาล่ะสิ กับข้าวก้อทำไม่เป็น ทำไงดีหว่า -_-
พูดภาษาจีนก้อไม่ได้ ที่เรียนมาไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่
ไม่ได้เรียนถึงขั้นadvance ขนาดเอาไปใช้ติดต่องานในบริษัทได้
คิดถึงบ้านมากๆ อยากกลับไวๆง่า
11月12日 เอาผมคืนมาน้า...T_T
10月9日 ทำงานแล้วนะไม่ได้อัพมานานมาก ตั้งแต่เมื่อไหร่ก้อไม่รู้ เพราะหมู่นี้ไม่มีเรื่องน่าตื่นเต้นเลย
วันๆก้อเอาแต่อยู่บ้าน หางานมานาน ในที่สุดก้อได้ทำซะที
วันนี้ไปทำงานวันแรก ยังไม่เชิงทำจริงๆหรอก เหมือนไปเทรนงานมากกว่า
ก้อเพิ่งจะรู้นะว่างานเลขาเนี่ยก้อไม่ใช่ง่ายๆเลย จุกจิกมาก มีเรื่องให้ต้องจำเยอะสุดๆ
ที่สำคัญพี่เลขาเก่าเค้าจะเทรนงานให้แค่ 2 อาทิตย์เอง กำลังคิดอยู่ว่าถ้าไม่มีเค้าจะทำไงล่ะเนี่ย
เพราะทั้งเรื่องระบบขั้นตอน ชื่อคน เบอร์โทรสับ ทำbudget อะไรเนี่ยยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวเล้ย
เท่าที่ฟังๆดูรู้สึกว่างานหนักเหมือนกันนะเนี่ย กลัวทำพังง่ะ
ตอนแรกๆก้อดีใจอยู่หรอกนะที่ได้ทำงาน ไปๆมาๆเริ่มรู้สึกเครียดนิดๆ
แต่ก้ออย่างว่าอ่ะ มันเพิ่งจะวันแรกเท่านั้น อะไรๆมันก้อยังไม่เข้าที่เข้าทาง
คงต้องรอไปซักพัก ตอนนี้ปล่อยให้ตัวเองนอยไปก่อนละกัน
ไว้มีอะไรหนุกๆจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟังนะ(จะมีรึป่าวเหอะ)
p.s. ลืมบอกไปว่าทำที่ ubc ที่เดียวกะหนึ่งน่ะแหละ 555 6月10日 ความลาวมีจริงแต่คราวนี้ไม่ได้ลาวคนเดียวนะ เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนก้อคงลาวด้วยเหมือนกัน (รึป่าวหว่า)
เรื่องก้อมีอยู่ว่าวันนี้ตั้งใจมากว่าจะไปดูพลุ ได้ยินมาว่าจุดตั้ง 2 หมื่นนัด แล้วก้อใกล้บ้านซะด้วย
ฟังข่าวบอกว่าเค้าจะจุดกันที่แถวๆวัดอรุณ สามารถไปดูได้ที่ท่าราช และมหาลัยธรรมศาสตร์
ไอ้เราก้อเห็นว่าที่ธรรมศาสตร์น่าจะดี เพราะตรงลานปรีดีมันเป็นที่โล่งแล้วก้อติดริมแม่น้ำด้วย
เลยกระตือรือล้นจะไปมากๆ ก่อนออกจากบ้านฝนตกแต่ก้อไม่สนใจ อยากดูนี่นา
นัดกับทัตกะหมูดำไปถึงตอนเกือบ 2 ทุ่ม (เค้าบอกจะจุดตอน 2 ทุ่มครึ่ง เลยไปรอก่อน กลัวไม่มีที่ยืน) แต่เข้ามหาลัยไม่ได้ค่ะ เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะพี่ยามบอกว่าต้องแสดงบัตรนักศึกษาไม่งั้นห้ามเข้า
เลยเดือดร้อนถึงคุณเพื่อนบุรชัย ต้องวิ่งเอาบัตรนักศึกษามาโชว์ แล้วพาเข้าไป
พอเข้าไปถึงลานปรีดี ไม่มีที่นั่งเลย แต่ก้อไม่เป็นไร ยืนนิดยืนหน่อย เดี๋ยวได้ดูพลุสวยๆก้อคุ้ม
ยืนรอๆๆ รอจนถึง 3 ทุ่ม ทำไมไม่จุดซะทีวะ จนกระทั่งวินาทีที่รอคอยมาถึง
"ปังๆๆ" ได้ยินเสียงพลุแว่วๆ แต่เอ๊ะ ไม่เห็นมีพลุซักกะอัน เห็นแต่แสงแวบๆไกลๆ
ที่ไหนได้ แม่ง มันเปลี่ยนที่จุด คือยืนผิดที่น่ะ ทุกคนที่อยู่ที่นั่นก้อแบบเหวอๆ ทำไมกูลาวแบบนี้
แต่มันไม่ใช่ความผิดของเรานะ และแล้วต่างคนก้อต่างวิ่งกรูกันออกจากมหาลัยไปเพื่อจะได้เห็น
เรากะเพื่อนวิ่งจากลานปรีดีมาถึงท่าช้าง เหนื่อยโคด คิดในใจว่าทำไมซวยงี้วะเนี่ย
แต่ก้อตลกดี ได้ออกกำลังไปในตัว แล้วพลุก้อสวยจริงๆ แค่มาดูพลุทำไมต้องเสียเหงื่อขนาดนี้นะ
ขากลับ ไม่มีแท็กซี่ผ่านมาซักคัน เลยต้องเดินกลับบ้าน สงสารขาอ่ะ วันนี้ใช้งานมันหนักมากทั้งยืน ทั้งวิ่ง ทั้งเดิน พอกลับมาถึงบ้าน เจอน้อง มันบอกว่าจะถ่อไปทำไม เมื่อกี้มันขึ้นไปดูบนดาดฟ้า เห็นชัดแจ๋วเลย
5月15日 ทายนิสัยจากตด ฮาดีอ่ะลองมาดูซิว่าเพื่อนๆเป็นคนประเภทไหนกัน
1. คนใจเย็น - คนที่กลั้นตดจนถึงจุดระเบิด 2. คนขี้โอ่ - คนที่ตดดังสนั่น แล้วยืนหัวเราะชอบใจ 3. คนไม่จริงใจ - คนที่ตด แล้วหันไปมองหน้าเด็ก 4. คนงก - คนที่ชอบยืนดมตดตัวเอง 5. คนโชคร้าย - คนที่ตด ขณะเอามือตบโต๊ะไปด้วยแต่พลาดจังหวะ(ซวย) 6. คนซาดิสต์ - คนที่ตดในผ้าห่มแล้วกดหัวแฟนตัวเองไปดม 7. คนเจ้าเล่ห์ - คนที่ตดพร้อมกับไอกระแอมเบาๆ 8. คนสุภาพ - คนที่กล่าวคำขอโทษ ก่อนและหลัง การตด(ทั้งๆที่อยู่คนเดียว) 9. คนมั่งคั่ง - คนที่ตดอย่างสม่ำเสมอ เป็นจังหวะ และยาวนาน 10. คนอำมหิต - คนที่ตดไม่มีเสียง แต่เหม็นโคตร 11. คนดีแต่พูด - คนที่ตดโคตรดัง แต่ไม่มีกลิ่น(เน้นการใช้เสียงเพื่อขู่ศัตรู) 12. คนหลายใจ - คนที่ตด ขี้ เยี่ยว ไปพร้อมๆกันในเวลาเดียว(หรือเรียกว่า ทวารสามัคคี) 13. คนใจบุญ - คนที่ตดอยู่หนือลม 14. นักวิทยาศาตร์ - คนที่ชอบวิเคราะกลิ่นตดว่าอาหารก่อนหน้าประกอบด้วยอะไรบ้าง 15. ผู้ดี - คนที่กลั้นตดไว้เป็นชั่วโมงเพื่อ กลับไปตดที่บ้าน 16. แพทย์ - คนที่ล้างมือ ก่อนและหลังตด ps. คิดถึงเพื่อนๆมาก จะบ้าตายอยู่แล้ว งานการก้อไม่มี แฟนก้อไม่มี เฮ่อ... ใครก้อได้ ช่วยทีดิ T_T 4月18日 กลับมาแล้วไปเที่ยวครั้งนี้ไม่น่าประทับใจเลยแฮะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไต้หวันมันไม่ค่อยมีอะไรน่าเที่ยว หรือว่าไกด์ไม่ได้เรื่องก้อไม่รู้
วันแรกไปถึง อากาศร้อนมาก ยังคิดอยู่เลยว่าดีนะที่ไม่เอาเสื้อหนาวหนาๆมา แล้วทางบริษัททัวร์ก้อบอกว่าอากาศจะอยู่ประมาณ 20 กว่าองศา คิดว่าคงกำลังดี ที่ไหนได้ วันรุ่งขึ้นโคดหนาว แถมฝนตกด้วย จะบ้าตาย ร่มซักคันก้อไม่มี ต้องไปหาซื้อเอา เลยทำให้เที่ยวไม่สนุกเลย เพราะฝนมันตกตลอดเวลา วันที่เหลือด้วย แย่มากๆ
ไกด์ก้อไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไร โดยเฉพาะไกด์ท้องถิ่นดันเป็นนักเรียนไทยที่ไปเรียนที่ไต้หวัน บอกว่ามาเป็นไกด์จำเป็นให้เพราะบริษัทขาดคน เวรจิงๆ ถามอะไรก้อตอบไม่ได้ ก้อเห็นใจอ่ะนะ เพราะเป็นครั้งแรก แต่ว่ามันแอบเสียอารมณ์อ่ะ ไกด์ไทยก้อไม่ได้ดีไปกว่ากัน แก่อีกตะหาก อิอิ
สถานที่เที่ยวก้อไม่ค่อยจะมีอะไร ส่วนมากพาไปวัด บอกว่าไปดูศิลปะ คิดว่าเป็นทัวร์ไหว้เจ้า พระราชวังที่โน่นก้อเหมือนของเมืองจีนแต่ไม่อลังการเท่า ตึก101เค้าก้อไม่ได้พาขึ้นไปข้างบน บอกว่าถ้าจะขึ้นก้อต้องเสียเพิ่ม เลยได้แต่ดูอยู่ไกลๆ
ที่เซ็งสุดๆเลยก้อตอนนั่งรถ มีป้าคนนึง แกอ้างว่าเมารถ แล้วบังเอิญในรถมันมีคาราโอเกะ เข้าทางแกเลย บอกว่าต้องร้องเพลงถึงจะหายเมา แล้วแกก้อเอาใหญ่ สั่งไกด์ว่าจะเอาเพลงโน้นเพลงนี้ ไม่ถามเพื่อนร่วมทัวร์เล้ยว่าอยากฟังรึป่าว คือแบบว่าอยากจะหลับแต่เสียงแกมันกวนโสดประสาทมากๆ พอร้องจบมีการถามเรียกเสียงปรบมืออีกด้วยนะ
สายการบิน china airline ไม่แนะนำให้ไปใช้บริการเด็ดขาด ทำเอาหัวใจจะวาย ตอนมันลดระดับ หยั่งกะเครื่องบินจะตก วูบไปวูบมา เสียวมาก แล้วพอตอนลดจอดก้อกระแทกซะ แบบว่ากลัวเครื่องบินไม่พังน่ะ เซ็งเลย
สรุปคราวนี้ไม่รู้ว่าไปเที่ยวหรือไปทรมานกันแน่ สิวขึ้นอีกตะหาก |
|
|||
|
|